ภาวะนี้ (Hydronephrosis) คือภาวะที่ไตขยายใหญ่ขึ้นหรือบวมเนื่องจากมีปัสสาวะสะสมและเกิดการอุดกั้นอยู่ภายใน เป็นการบาดเจ็บชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดกับไตเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ภาวะนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างของเซลล์และลดประสิทธิภาพการทำงานของไต หากได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ความเสียหายเหล่านี้จะลดลงได้ แต่ในทางกลับกัน หากภาวะคั่งน้ำยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือน อาจนำไปสู่อาการที่รุนแรงขึ้นจนกลายเป็นภาวะภาวะนี้เรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไตทั้งสองข้างและนำไปสู่ภาวะไตวายได้ ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกช่วงวัย ภาวะนี้ สามารถรักษาให้หายได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ความดันโลหิตสูง ไตวาย และภาวะขาดน้ำ ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของภาวะนี้: สาเหตุหลักของ ภาวะนี้ เกิดจากการอุดกั้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น พฤติกรรมการกินและใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมบำรุงไตมากเกินไปโดยไม่จำเป็น นิ่วในไตถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะคั่งน้ำในไต เนื่องจากนิ่วในไตสามารถไปอุดกั้นท่อไตได้ หากเป็นนิ่วขนาดเล็กอาจเคลื่อนที่จากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย แต่หากนิ่วมีขนาดใหญ่เกินไป จะไปอุดกั้นท่อไต ทำให้ปัสสาวะคั่งอยู่เหนือจุดอุดกั้น ในขณะที่ไตยังคงกรองปัสสาวะออกมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถไหลลงสู่กระเพาะปัสสาวะได้ ทำให้ไตเกิดการคั่งน้ำและขยายขนาดใหญ่ขึ้น ในกรณีที่ท่อปัสสาวะตีบแคบจากการอักเสบ หรือท่อไตตีบแคบจากรอยแผลผ่าตัดเอานิ่วออกไปก่อนหน้านี้ ก็อาจทำให้เกิดการอุดกั้นและภาวะนี้ได้เช่นกัน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือภาวะคอกระเพาะปัสสาวะหดเกร็งผิดปกติ ก็สามารถขัดขวางการไหลของปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะไปยังท่อปัสสาวะ ส่งผลให้ปัสสาวะคั่งจากกระเพาะปัสสาวะกลับขึ้นไปสู่ไต ทำให้ไตเกิดการคั่งน้ำ หากมีเนื้องอกภายนอก ระบบทางเดินปัสสาวะ กดทับท่อไต ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขัดขวางการไหลของปัสสาวะเช่นกัน ดังนั้นโรคต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก ภาวะมดลูกหย่อน มัลติเพิลสเคลอโรซิส การตั้งครรภ์ หรือความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะจากเนื้องอกในสมอง ก็ล้วนเป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่ภาวะคั่งน้ำในไตได้ อาการของภาวะภาวะนี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค: หากภาวะภาวะนี้เป็นชนิดเฉียบพลัน อาการที่พบบ่อยคือปวดท้อง เนื่องจากนิ่วในไตเคลื่อนที่ลงมาในท่อไตและเสียดสี ทำให้เกิดการปวด หรือนิ่วไปติดค้างอยู่ในส่วนที่ตีบแคบของท่อไต ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเริ่มต้นที่สีข้าง ลามไปยังขาหนีบ ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเหงื่อออก อาการปวดมักรุนแรง เป็นพักๆ ทำให้ผู้ป่วยบิดตัวด้วยความเจ็บปวด เมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะจะหยดเป็นหยดๆ (ไม่ไหลเป็นลำ) หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ในกรณีที่ภาวะภาวะนี้เป็นชนิดเรื้อรัง ไตจะค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเป็นระยะเวลานานและอาจไม่มีอาการที่ชัดเจน หากมีเนื้องอกในอุ้งเชิงกรานหรือกระเพาะปัสสาวะกดทับ อาจพัฒนาไปอย่างเงียบๆ ผู้ป่วยอาจมีอาการทั่วไปของไตวาย เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า คลื่นไส้และอาเจียน เนื่องจากความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ (โซเดียม แคลเซียม โพแทสเซียม) ผู้ป่วยอาจมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกล้ามเนื้อกระตุก ภาวะภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกช่วงวัย รวมถึงเด็กและผู้ใหญ่ โดยสามารถลดโอกาสในการเกิดโรคได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ ได้แก่: ภาวะภาวะนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลรักษาโรคที่เป็นสาเหตุของภาวะคั่งน้ำในไตอย่างระมัดระวัง ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีนิ่วในไตสามารถช่วยขับนิ่วออกไปได้ด้วยการดื่มน้ำมากๆ ในแต่ละวัน อาจรวมถึงการใช้สมุนไพรบางชนิดที่เชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะและอาจช่วยในการขับนิ่วขนาดเล็กออกไปได้ นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและซื่อสัตย์ การรักษาสุขอนามัยก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการแช่ตัวในน้ำสกปรก หรือแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด สำหรับผู้หญิง ควรใส่ใจสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างถูกวิธี คือการเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่เช็ดย้อนจากด้านหลังมาด้านหน้า เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะย้อนกลับ ซึ่งอาจนำไปสู่การตีบแคบของทางเดินปัสสาวะและทำให้ภาวะนี้ สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นภาวะนี้แล้ว เพื่อจำกัดความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด ดังนี้: ภาวะนี้ ไม่ใช่โรคในตัวเอง แต่เป็นผลรวมของโรคหลายชนิด ดังนั้นการรักษาภาวะนี้โดยเร็วจะช่วยป้องกันความเสียหายต่อการทำงานของไตได้อย่างรวดเร็ว เพื่อการวินิจฉัย แพทย์อาจสั่งการตรวจปัสสาวะเพื่อหาเลือด แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ หรือเซลล์มะเร็ง รวมถึงการใช้อัลตราซาวนด์และการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อดูว่าไตมีการคั่งน้ำหรือไม่ และตรวจหานิ่ว หากตรวจพบว่ามี ภาวะนี้ แพทย์จะพิจารณาระดับความรุนแรงของภาวะดังกล่าวเพื่อวางแผนการรักษา เป็นระดับที่เบาที่สุดในทุกระยะ เนื่องจากอยู่ในขั้นเริ่มต้น จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือผ่าตัด เพียงแค่เฝ้าระวังและทำอัลตราซาวนด์ทุก 3 เดือน แพทย์จะประเมินการทำงานของไต วิเคราะห์ปัสสาวะ และอาการของโรค เพื่อกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสม เป็นระดับที่แสดงอาการชัดเจนมากขึ้น คือไตบวมขยายใหญ่ขึ้นถึง 10-15 มิลลิเมตร ผู้ป่วยจะมีอาการปวดสีข้างและสะโพกตลอดทั้งวัน ร่วมกับอาการปัสสาวะบ่อย (ปริมาณปัสสาวะมากกว่าปกติ 1.5 – 2 เท่า) เป็นระยะที่โรคเข้าสู่ขั้นรุนแรง โดยไตขยายขนาดเกิน 15 มิลลิเมตร กรวยไตและไตขยายตัวกลายเป็นถุงขนาดใหญ่ ในภาพ CT scan จะแยกแยะระหว่างกรวยไตและหลอดไตได้ยาก ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียบ่อยครั้ง เนื่องจากร่างกายมีของเหลวสะสมมาก จำเป็นต้องได้รับการรักษาภาวะคั่งน้ำอย่างเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นระยะที่รุนแรงที่สุดของโรค เมื่อไตได้รับความเสียหายถึง 75-90% ผู้ป่วยมักมีอาการบวมที่มือ เท้า ใบหน้า และปัสสาวะมีเลือดปน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน การรักษาภาวะนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ เป้าหมายของการรักษาคือการเปิดทางให้น้ำปัสสาวะไหลได้อย่างอิสระจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะและออกสู่ภายนอก เพื่อลดอาการบวม ลดความดัน และป้องกันไม่ให้การทำงานของไตเสื่อมลง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการบรรเทาอาการปวดและป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพบางประการ: บางตำรับยาแผนโบราณที่เชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะและอาจช่วยในการขับนิ่วขนาดเล็กออกไปได้ ซึ่งจะช่วยลดอาการบวม ลดความดัน ป้องกันภาวะไตวาย และฟื้นฟูการทำงานของไตได้ การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดตามคำสั่งแพทย์จะช่วยป้องกันการติดเชื้อและยับยั้งไม่ให้โรคลุกลามรุนแรงขึ้น สำหรับนิ่วในไต คลื่นกระแทกจะถูกส่งไปยังก้อนนิ่ว ทำให้ก้อนนิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้สามารถผ่านทางเดินปัสสาวะออกไปได้ วิธีนี้เจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าตัด แต่ต้องรักษาหลายครั้ง สเตียรอยด์เป็นยาที่ช่วยป้องกันและลดกรดยูริก ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดนิ่วในบางชนิด แพทย์จะพิจารณาแผนการรักษาสเตียรอยด์ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่พัฒนาไป เป็นวิธีการที่ใช้สำหรับผู้ที่มีทางเดินปัสสาวะตีบแคบมาก หากผู้ป่วยมีภาวะปัสสาวะไม่ออกและกระเพาะปัสสาวะขยายตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะคั่งน้ำ แพทย์อาจใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะชั่วคราว ลดความตึงเครียดของไต และลดอาการปวดให้ผู้ป่วย เพื่อให้มีเวลาในการรักษาด้วยวิธีที่ถาวรกว่า เช่น การใช้ยาหรือการผ่าตัด หากภาวะคั่งน้ำในไตอยู่ในระยะที่ 3 หรือ 4 และไตมีขนาดใหญ่ขึ้นจนทำให้เกิดความเจ็บปวด ผู้ป่วยควรพิจารณาการผ่าตัดเพื่อกำจัด หรือนำนิ่วในท่อไตออก หรือกำจัดเนื้องอกที่ทำให้เกิดการอุดกั้นท่อไต คำตอบ: ภาวะนี้ (Hydronephrosis) คือภาวะที่ไตบวมหรือขยายใหญ่ขึ้นเนื่องจากมีปัสสาวะสะสมอยู่ภายในไตและทางเดินปัสสาวะส่วนบน ไม่สามารถไหลลงสู่กระเพาะปัสสาวะได้ตามปกติ มักเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ คำตอบ: สาเหตุหลักของภาวะนี้เกิดจากการอุดกั้นในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต ต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่างๆ ในระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะใกล้เคียง การตีบแคบของท่อปัสสาวะหรือท่อไต รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การตั้งครรภ์ หรือภาวะมดลูกหย่อน คำตอบ: ภาวะภาวะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับความรุนแรง ตั้งแต่ระดับ 1 ที่เป็นอาการเริ่มต้นซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือผ่าตัด ไปจนถึงระดับ 4 ซึ่งเป็นขั้นรุนแรงที่สุดที่มีความเสียหายต่อไตมาก และอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนภาพรวมของ ไตคั่งน้ำ

สาเหตุของ ไตคั่งน้ำ
อาการของภาวะไตคั่งน้ำ
อาการตามระดับความรุนแรง
ปัจจัยเสี่ยงของภาวะไตคั่งน้ำ
การป้องกันภาวะไตคั่งน้ำ

การวินิจฉัยและระยะของ ไตคั่งน้ำ
ระดับของไตคั่งน้ำ
ระดับที่ 1 ของ ไตคั่งน้ำ
ระดับที่ 2 ของไตคั่งน้ำ
ระดับที่ 3 ของไตคั่งน้ำ
ระดับที่ 4 ของไตคั่งน้ำ
แนวทางการรักษาภาวะไตคั่งน้ำ
การรักษาด้วยยาสมุนไพร
การรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน
การรักษาด้วยเลเซอร์ (สำหรับนิ่วในไต)
การรักษาด้วยสเตียรอยด์
การใส่สายสวนปัสสาวะ
การผ่าตัด
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: ไตคั่งน้ำ คืออะไร?
คำถาม: สาเหตุหลักของ ไตคั่งน้ำ เกิดจากอะไร?
คำถาม: ไตคั่งน้ำ มีระดับความรุนแรงกี่ระดับ?
อ่านต่อเกี่ยวกับหัวข้อนี้
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
