ต่อมไทรอยด์ คืออะไร? หน้าที่สำคัญที่คุณต้องรู้

ร่างกายของเรามีระบบต่อมไร้ท่อมากมายที่ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการทำงานต่างๆ หนึ่งในต่อมที่สำคัญและมีบทบาทอย่างยิ่งคือต่อมไทรอยด์ แต่ต่อมไทรอยด์ คืออะไร และมีความสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างไร? หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่ไม่ทราบถึงหน้าที่สำคัญและโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่อมไทรอยด์เป็นอวัยวะเล็กๆ ที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญ พลังงาน และการเจริญเติบโตของเซลล์ทั่วร่างกาย หากการทำงานของต่อมนี้ผิดปกติไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมได้หลายประการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ หน้าที่ ตำแหน่ง และโรคที่พบบ่อย

ต่อมไทรอยด์ คืออะไร

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์หลัก 2 ชนิด ได้แก่ ไทรอกซิน (Thyroxine หรือ T4) ซึ่งประกอบด้วยไอโอดีน 4 อะตอม และไตรไอโอโดไทโรนีน (Tri-iodothyronine หรือ T3) ฮอร์โมนเหล่านี้จำเป็นต่อการควบคุมการเผาผลาญพลังงาน การเจริญเติบโต และการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายให้เป็นปกติ

ต่อมไทรอยด์อยู่ที่ส่วนใดของร่างกาย

  • ต่อมไทรอยด์ตั้งอยู่บริเวณลำคอด้านหน้า มีลักษณะคล้ายผีเสื้อ
  • ด้านหน้าต่อมไทรอยด์เป็นผิวหนังและกล้ามเนื้อ ส่วนด้านหลังเป็นหลอดลม
  • ประกอบด้วย 2 กลีบ คือ กลีบซ้ายและกลีบขวา ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยส่วนที่เรียกว่าคอคอดของต่อมไทรอยด์
  • ตำแหน่งของต่อมไทรอยด์จะอยู่ตรงกับกระดูกสันหลังส่วนคอข้อที่ 5 ไปจนถึงกระดูกสันหลังส่วนอกข้อที่ 1
  • โดยทั่วไปต่อมไทรอยด์มีน้ำหนักประมาณ 10-20 กรัม
ต่อมไทรอยด์อยู่ที่บริเวณลำคอด้านหน้า มีลักษณะคล้ายผีเสื้อ

หน้าที่สำคัญของต่อมไทรอยด์

ฮอร์โมนไทรอยด์มีหน้าที่หลากหลายและสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย ดังนี้:

  • เพิ่มกิจกรรมของเซลล์ เสริมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มการเผาผลาญไขมันเพื่อสร้างพลังงาน ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำหนักลดลง
  • มีผลต่อการทำงานของต่อมเพศและต่อมน้ำนม
  • เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดผ่านหัวใจ และเพิ่มอัตราการหายใจเพื่อส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ สำหรับกระบวนการเผาผลาญ
  • กระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท
  • มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาของสมอง
  • ช่วยรักษาระดับแคลเซียมในเลือดให้คงที่

โรคและความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่พบบ่อย

ไอโอดีนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ต่อมไทรอยด์สังเคราะห์ฮอร์โมน ดังนั้นการได้รับไอโอดีนมากเกินไปหรือน้อยเกินไปอาจเป็นสาเหตุของภาวะผิดปกติของต่อมไทรอยด์ได้หลายชนิด

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Hypothyroidism)

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์คือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานลดลง ส่งผลให้มีการสังเคราะห์และปล่อยฮอร์โมน T3 และ T4 ไม่เพียงพอ

สาเหตุของภาวะพร่องไทรอยด์อาจเกิดจากการได้รับไอโอดีนในอาหารไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 150 ไมโครกรัมต่อวัน) การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออก ความผิดปกติแต่กำเนิด หรือการใช้ยาบางชนิดที่ยับยั้งการทำงานของต่อมไทรอยด์

อาการของภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายลดลง เหนื่อยง่าย ง่วงนอน น้ำหนักเพิ่มขึ้น ท้องผูก ปัสสาวะน้อย ร่างกายเฉื่อยชา ความสามารถในการคิดและจดจำลดลง อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ และการทำงานของระบบสืบพันธุ์ลดลง

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) และโรคเกรฟส์ (Graves’ Disease)

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเกรฟส์ (Graves’ Disease) เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานมากเกินไป ทำให้ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากเกินไป เป็นโรคต่อมไร้ท่อที่พบบ่อย โดยคิดเป็นประมาณ 10-30% ของโรคที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ และมีลักษณะเฉพาะคือต่อมไทรอยด์โตแบบกระจาย

  • สาเหตุหลักมาจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (โรคเกรฟส์มักพบในผู้หญิงอายุระหว่าง 30-50 ปีขึ้นไป) การบริโภคไอโอดีนมากเกินไป (มากกว่า 500 ไมโครกรัมต่อวัน) ภาวะคอพอกเป็นพิษชนิดหลายปม เนื้องอกต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือการอักเสบของต่อมไทรอยด์
  • อาการของภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น น้ำหนักลดลงแม้จะหิวบ่อยและรับประทานอาหารเพียงพอ นอนไม่หลับ ผิวหนังร้อนชื้น เหงื่อออกมาก ขี้ร้อน ท้องเสีย กล้ามเนื้อสั่น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง หงุดหงิดง่าย พูดมาก ขาดสมาธิ และอาจคลำพบต่อมไทรอยด์ที่โตขึ้นได้
การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอโอดีนให้เพียงพอ

มะเร็งต่อมไทรอยด์

มะเร็งต่อมไทรอยด์เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มการพยากรณ์โรคที่ดี สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจากการอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ในการตรวจสุขภาพประจำปี และการตรวจทางเซลล์วิทยาด้วยการเจาะดูดชิ้นเนื้อจากก้อนที่ต่อมไทรอยด์ภายใต้การนำของอัลตราซาวด์ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการของมะเร็งต่อมไทรอยด์มักปรากฏในระยะหลัง เช่น:

  • มีก้อนที่คอด้านหน้า ซึ่งจะเคลื่อนที่ตามจังหวะการกลืน
  • เสียงแหบ หายใจลำบาก
  • คลำพบต่อมน้ำเหลืองโตที่คอ

การตรวจวินิจฉัยและแนวทางการดูแลรักษาภาวะต่อมไทรอยด์

โรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย การตรวจคัดกรองโรคต่อมไทรอยด์จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การวินิจฉัยจะเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ อาจมีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (T3, T4) และฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (TSH) เพื่อประเมินการทำงานของต่อม รวมถึงการตรวจอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์เพื่อดูขนาด รูปร่าง และลักษณะของก้อนหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น หากพบก้อนผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาการเจาะดูดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค
สำหรับภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ แพทย์จะให้ยาฮอร์โมนไทรอยด์สังเคราะห์เพื่อทดแทนฮอร์โมนที่ขาดไป
ในกรณีของภาวะไทรอยด์เป็นพิษ การรักษาอาจรวมถึงการใช้ยาต้านไทรอยด์ การรักษาด้วยรังสีไอโอดีน หรือการผ่าตัด
สำหรับมะเร็งต่อมไทรอยด์ การรักษาหลักคือการผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออก ตามด้วยการรักษาด้วยรังสีไอโอดีนและการใช้ฮอร์โมนไทรอยด์สังเคราะห์เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมขนาดใหญ่ที่มีหน้าที่สำคัญหลายประการ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถคลำตรวจได้ง่าย และบางโรคก็สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า การตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งรวมถึงการตรวจต่อมไทรอยด์เป็นประจำ จะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: สาเหตุหลักของโรคต่อมไทรอยด์คืออะไร?

คำตอบ: สาเหตุหลักของโรคต่อมไทรอยด์มีหลายประการ เช่น การขาดหรือได้รับไอโอดีนมากเกินไปในอาหาร ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่น โรคเกรฟส์และไทรอยด์อักเสบฮาชิโมโต) พันธุกรรม การใช้ยาบางชนิด การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือการได้รับรังสีบริเวณลำคอ

คำถาม: สังเกตอาการอย่างไรว่าอาจมีปัญหาต่อมไทรอยด์?

คำตอบ: อาการของโรคต่อมไทรอยด์จะแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค หากเป็นภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ อาจมีอาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่ม ท้องผูก ผิวแห้ง ขี้หนาว และเชื่องช้า แต่หากเป็นภาวะไทรอยด์เป็นพิษ มักมีอาการน้ำหนักลด หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น เหงื่อออกมาก ขี้ร้อน หงุดหงิดง่าย หรือตาโปน หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

คำถาม: มะเร็งต่อมไทรอยด์สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

คำตอบ: มะเร็งต่อมไทรอยด์โดยทั่วไปมีแนวโน้มการพยากรณ์โรคที่ดีและสามารถรักษาให้หายขาดได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตรวจพบและได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การรักษาหลักคือการผ่าตัด อาจตามด้วยการรักษาด้วยรังสีไอโอดีน และการใช้ยาฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อทดแทนและควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังการรักษา

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

หมายเหตุด้านสุขภาพบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
กระบวนการบรรณาธิการเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย
อ่านอย่างปลอดภัยบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
WHO / CDC / NHS / Mayo Clinicเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง