น้ำตาเทียม V.Rohto: 4 ชนิดพร้อมวิธีใช้ ดูแลดวงตาให้ชุ่มชื้น

ภาวะนี้ ถือเป็นสิ่งทดแทนที่สำคัญสำหรับน้ำตาธรรมชาติ ช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากภาวะขาดน้ำตาได้เป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อหล่อเลี้ยงและปกป้องดวงตา ทำให้รู้สึกสบายและลดอาการระคายเคือง การทำความเข้าใจประเภทของภาวะนี้ที่มีอยู่ในตลาดและการใช้งานที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราดูแลสุขภาพดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชนิดของน้ำตาเทียมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

น้ำตาเทียม inline-2
ภาพ: John Ric Cabatuan / Pexels

Optive – น้ำตาเทียมจากสหรัฐอเมริกา

Optive เป็นผลิตภัณฑ์ภาวะนี้ที่ผลิตโดยบริษัท Allergan Sales LLC. จากประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนประกอบหลักของ Optive ได้แก่ โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส 0.5% และกลีเซอรีน 0.9% ภาวะนี้ Optive มีข้อบ่งใช้สำหรับภาวะตาแห้ง ช่วยลดอาการตาแห้งและปวดตา รวมถึงอาการคันหลังการผ่าตัดตา

Refresh Tears Lubricant Eye Drops – เพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง

Refresh Tears Lubricant ผลิตโดยบริษัท Allergan ส่วนประกอบหลักของยาหยอดตาชนิดนี้ช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง แสบร้อน และไม่สบายตาจากปัจจัยภายนอก เช่น ลม แสงแดด หรือ ภาวะตาแห้ง นอกจากนี้ Refresh Tears Lubricant ยังใช้เป็นสารปกป้องดวงตา เพื่อป้องกันสิ่งกระตุ้นจากภายนอก

Sanlein – น้ำตาเทียมจากญี่ปุ่น

Sanlein เป็นยาหยอดตาที่ผลิตโดยบริษัท Santen จากประเทศญี่ปุ่น ส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โซเดียมไฮยาลูโรเนต, กรดอะมิโนคาโปรอิก, ไดโซเดียมอีดีเทต, เบนซาลโคเนียมคลอไรด์ โดยมีฤทธิ์ช่วยในการรักษาความผิดปกติของกระจกตาและเยื่อบุตาขาวที่เกิดจากโรคต่างๆ เช่น กลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน, กลุ่มอาการซิกก้า (ตาแห้ง), จากยา, การผ่าตัด, การบาดเจ็บ หรือการใส่คอนแทคเลนส์

Systane Ultra – เพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง

Systane Ultra เป็นยาหยอดตาที่ผลิตโดยบริษัท Alcon ซึ่งเป็นบริษัทยาข้ามชาติ มีคุณสมบัติคล้ายกับ Sanlein และ Refresh Tears ส่วนประกอบหลักของ Systane Ultra คือ โพลีเอทิลีนไกลคอล และโพรพิลีนไกลคอล ซึ่งเป็นไฮโดรเจลสองชนิดที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มการยึดเกาะและความหนืดบนพื้นผิวลูกตา ส่วนประกอบเหล่านี้จะช่วยดูดซับน้ำและรักษาความชุ่มชื้นของดวงตา จึงช่วยลดอาการระคายเคืองและไม่สบายตาจาก อาการตาแห้ง ได้

Poly Tears Drop – น้ำตาเทียมจากสวิตเซอร์แลนด์

ภาวะนี้ Alcon Poly-Tears Drop เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัท Alcon Pharmaceuticals จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประโยชน์หลักของผลิตภัณฑ์นี้คือการรักษาอาการตาแห้ง หรือภาวะที่น้ำตาลดลง รวมถึงความผิดปกติอื่นๆ ของน้ำตา ส่วนประกอบของ Poly-Tears Drop ได้แก่ เดกซ์แทรน 70 0.1% และไฮดรอกซีโพรพิลเมทิลเซลลูโลส 0.3%

Clinitas 0.2% – บำรุงและฟื้นฟูสภาพดวงตา

ภาวะนี้ Clinitas 0.2% เป็นสารละลายยาหยอดตาที่มีโซเดียมไฮยาลูโรเนตที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติหล่อลื่นที่ดีเยี่ยมเนื่องจากความหนืดของสารละลาย ทำให้เกิดผลในการให้ความชุ่มชื้นและคงสภาพชั้นน้ำตา ส่วนประกอบหลักคือ โซเดียมไฮยาลูโรเนต 0.2% ใช้บำรุงดวงตาในกรณีตาแห้ง ตาเมื่อยล้า การใช้สายตามาก สายตาสั้น และภาวะเยื่อบุตาขาวอักเสบ ช่วยฟื้นฟูสายตาหลังการผ่าตัดตา และช่วยในการรักษาแผลที่กระจกตา

ข้อควรปฏิบัติเมื่อใช้น้ำตาเทียม

ควรใช้น้ำตาเทียมเมื่อใด?

ภาวะนี้มักใช้ในกรณีที่ตาแห้งอันเนื่องมาจากการขาดหรือความไม่เสถียรของส่วนประกอบในน้ำตา รวมถึงการทำงานที่ไม่ดีระหว่างเยื่อหุ้มเซลล์และชั้นเมือก โดยทั่วไป แนะนำให้ใช้ภาวะนี้เมื่อมีอาการดังนี้:

  • ตาแห้ง ปวดตา แสบตา
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา คันตา
  • ตามัว แพ้แสง

ใครบ้างที่ควรใช้น้ำตาเทียม?

พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงอายุ สตรีในวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ และผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดตา เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่ออาการตาแห้ง จึงเป็นกลุ่มที่อาจจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์นี้

การใช้น้ำตาเทียมอย่างปลอดภัย

ปริมาณการใช้และประสิทธิภาพในการรักษาของผลิตภัณฑ์ภาวะนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคตา สาเหตุ และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย ขณะใช้งาน ห้ามให้ปลายหลอดหยดสัมผัสกับพื้นผิวที่อาจปนเปื้อน หรือใช้มือสัมผัสปลายหลอดหยด และควรปิดฝาทันทีหลังใช้งาน

โดยทั่วไป ภาวะนี้มีความปลอดภัยสูงและมีผลข้างเคียงน้อยมาก ผลข้างเคียงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ อาการคันเปลือกตา ระคายเคือง เปลือกตาอักเสบ หรือเปลือกตาเหนียว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากสารกันเสียหรือสารหล่อลื่นในผลิตภัณฑ์ หากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่นานกว่า 72 ชั่วโมง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ต่อ

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมในการใช้น้ำตาเทียม

  • โดยเฉลี่ยแล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้วันละ 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 1-2 หยด ในกรณีที่มีอาการตาแห้งรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้หยอดตา 10-12 ครั้งต่อวัน
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยาหยอดตาชนิดอื่น หากจำเป็นต้องใช้ ควรเว้นระยะห่างระหว่างการหยอดตาแต่ละชนิดประมาณ 15-30 นาที
  • เก็บภาวะนี้ไว้ที่อุณหภูมิห้อง ระหว่าง 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส
  • หากน้ำยาหยอดตามีสีเปลี่ยนไปหรือขุ่น ควรทิ้งทันที
  • ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้เกินความจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย

น้ำตาเทียมคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

ภาวะนี้เป็นสารละลายที่ใช้ทดแทนน้ำตาธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง ระคายเคือง และแสบร้อน โดยประกอบด้วยส่วนผสมที่ช่วยหล่อเลี้ยงและคงความชุ่มชื้นให้กับผิวดวงตา เช่น โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส กลีเซอรีน หรือโซเดียมไฮยาลูโรเนต

ใครบ้างที่ควรพิจารณาใช้น้ำตาเทียม?

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ อาการตาแห้ง เช่น พนักงานออฟฟิศที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผู้สูงอายุ สตรีวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดตา ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์นี้เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ข้อควรระวังที่สำคัญในการใช้น้ำตาเทียมมีอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้ปลายหลอดหยดสัมผัสกับสิ่งสกปรก และปิดฝาทันทีหลังใช้งาน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง (15-30 องศาเซลเซียส) และหากพบว่าน้ำยาเปลี่ยนสีหรือขุ่นให้ทิ้งไปทันที นอกจากนี้ หากเกิดผลข้างเคียง เช่น คัน ระคายเคือง หรือเปลือกตาอักเสบนานกว่า 72 ชั่วโมง ควรปรึกษาแพทย์

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

หมายเหตุด้านสุขภาพบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
กระบวนการบรรณาธิการเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย
อ่านอย่างปลอดภัยบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
WHO / CDC / NHS / Mayo Clinicเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง