ภาพรวมของ โรค Reye
โรค Reye คือภาวะผิดปกติร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อสมองและตับเป็นหลัก โดยมักพบในเด็กและวัยรุ่นที่กำลังฟื้นตัวจากโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลัน เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือ อีสุกอีใส แม้เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็มีความอันตรายถึงชีวิตสูงมาก

-
กลุ่มอาการ Reye แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ ภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน และภาวะไขมันสะสมผิดปกติในอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ไต หัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตับ ภาวะนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เด็กเสียชีวิตได้
-
ยา แอสไพริน เป็นยาชนิดหนึ่งที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรค Reye ยานี้มีสรรพคุณลดไข้ แก้ปวด และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายมานาน จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อให้เด็กใช้ยาชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรใช้แอสไพรินในเด็กที่กำลังฟื้นตัวจากโรคอีสุกอีใสหรือไข้หวัดใหญ่
สาเหตุของ โรค Reye
-
สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรค Reye ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยบางอย่างที่เชื่อว่ามีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาของโรคนี้
-
ยาแอสไพรินถูกมองว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักของกลุ่มอาการ Reye เมื่อมีการใช้ยาชนิดนี้หลังจากเด็กติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่และอีสุกอีใส
-
นอกจากนี้ การสัมผัสกับสารพิษบางชนิด เช่น ยาฆ่าแมลง ยาปราบวัชพืช และสี อาจมีส่วนในการก่อให้เกิดภาวะนี้ด้วย
อาการของ Reye
กลุ่มอาการ Reye มักเกิดขึ้นในช่วงที่เด็กกำลังฟื้นตัวจากโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่และอีสุกอีใส อาการของโรคนี้มักจะปรากฏขึ้นหลังจากติดเชื้อไวรัสไปแล้วประมาณ 3-7 วัน และอาการจะพัฒนาขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 1-2 วัน
อาการเริ่มต้นของภาวะนี้ ได้แก่:
-
คลื่นไส้ อาเจียนอย่างกะทันหัน
-
อ่อนเพลีย ขาดความสนใจในสิ่งต่างๆ
-
มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น หงุดหงิด เปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ พูดติดอ่าง
-
ง่วงซึมง่าย
เมื่อตับและสมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อาจปรากฏอาการดังต่อไปนี้:
-
ตับโต
-
ภาวะความผิดปกติของสมดุลน้ำและอิเล็กโทรไลต์ ความดันโลหิตต่ำ
-
เด็กไม่สามารถจดจำคนในครอบครัวหรือเพื่อนได้ ไม่สามารถตอบคำถามง่ายๆ ได้
-
หายใจเร็วและแรง
-
มีพฤติกรรมรุนแรง
-
ชัก
-
หมดสติ
Reye ติดต่อได้หรือไม่?
กลุ่มอาการ Reye ไม่สามารถติดต่อจากเด็กคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด Reye
ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดโรค Reye ได้แก่:
-
การใช้ยาแอสไพรินเพื่อรักษาการติดเชื้อไวรัสในโรคไข้หวัดใหญ่, อีสุกอีใส หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
-
มีความผิดปกติพื้นฐานในกระบวนการเมแทบอลิซึมของกรดไขมัน (fatty acid oxidation disorder)
การป้องกัน Reye
เพื่อป้องกันกลุ่มอาการ Reye ควรปฏิบัติตามมาตรการดังต่อไปนี้:

-
เนื่องจากแอสไพรินเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาของโรค Reye จึงควรให้เด็กใช้ยาชนิดนี้เมื่อมีข้อบ่งชี้จากแพทย์เท่านั้น
-
สำหรับเด็กที่ติดเชื้อไวรัสในโรคทางเดินหายใจส่วนบน, อีสุกอีใส, ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ ควรงดใช้แอสไพรินโดยเด็ดขาด และควรใช้ยาอื่นเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดแทน เช่น พาราเซตามอล (acetaminophen), ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือ นาพรอกเซน โซเดียม (naproxen sodium)
-
เมื่อให้เด็กใช้ยา ควรสังเกตผลิตภัณฑ์บางชนิดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เช่น Alka-Seltzer, Acetylsalicylic acid, Acetylsalicylate, Salicylic acid, Salicylate
วิธีการวินิจฉัย Reye
ในการวินิจฉัยกลุ่มอาการ Reye อย่างแม่นยำ นอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายแล้ว ยังจำเป็นต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการและทางรังสีเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย:
-
การตรวจเคมีในเลือด
-
การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เพื่อหาสาเหตุของอาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในผู้ป่วย
-
การตรวจชิ้นเนื้อตับ: เพื่อแยกแยะภาวะอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อตับ
-
การตรวจชิ้นเนื้อผิวหนัง: วิธีการนี้ใช้เพื่อตรวจสอบความผิดปกติในกระบวนการเมแทบอลิซึมของกรดไขมันหรือความผิดปกติทางเมแทบอลิซึมอื่นๆ
-
การเจาะน้ำไขสันหลัง: ช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคกับภาวะอื่นๆ เช่น การติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง, การอักเสบหรือการติดเชื้อในสมอง
แนวทางการรักษา Reye
ผู้ป่วยที่ป่วยด้วยReye จะได้รับการติดตามความดันโลหิตและสัญญาณชีพอื่นๆ อย่างใกล้ชิด และจะได้รับการรักษาเฉพาะตามอาการดังนี้:
-
การให้สารน้ำกลูโคสและอิเล็กโทรไลต์ทางหลอดเลือดดำ
-
การใช้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดความดันในกะโหลกศีรษะและเพิ่มการขับน้ำออกทางปัสสาวะ
-
การใช้ยากันชักเพื่อป้องกันการเกิดอาการชัก
-
การให้ยาป้องกันการตกเลือด
-
หากผู้ป่วยมีปัญหาในการหายใจ อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
คำถามที่พบบ่อย
Reye พบได้บ่อยแค่ไหน?
Reye เป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่มีความอันตรายและร้ายแรงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่กำลังฟื้นตัวจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่และอีสุกอีใส
อะไรคือสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดReye?
สาเหตุหลักที่เชื่อกันว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการ Reye คือการใช้ยาแอสไพรินในเด็กที่กำลังป่วยหรือฟื้นตัวจากโรคติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่และอีสุกอีใส นอกจากนี้ การสัมผัสสารพิษบางชนิดก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ผู้ใหญ่สามารถเป็นReye ได้หรือไม่?
กลุ่มอาการ Reye มักพบในเด็กและวัยรุ่นเป็นหลัก แม้ว่าในผู้ใหญ่จะพบได้น้อยมาก แต่ก็มีรายงานการเกิดโรคนี้ในทุกช่วงอายุ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงและความรุนแรงมักจะสูงกว่าในกลุ่มเด็กเล็ก
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
