ภาวะนี้ เป็นคำรวมที่ใช้เรียกอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยมีไข้เป็นอาการหลักสำคัญ ต่างจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ การติดเชื้อไวรัสเช่นนี้ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลหรือไข้หวัดทั่วไปถือเป็นภาวะนี้ที่พบบ่อยที่สุด แต่เด็กเล็กก็ยังคงป่วยด้วยอาการไม่รุนแรงได้ อาการมักจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน หากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ สาเหตุหลักของภาวะนี้เกิดจาก เชื้อไวรัส หลายชนิด โดยเฉพาะไวรัสที่พบบ่อยได้แก่ ไรโนไวรัส (Rhinovirus), โคโรนาไวรัส (Coronavirus), อะดีโนไวรัส (Adenovirus), เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) และไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสเหล่านี้เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยที่หลากหลาย ช่วงเปลี่ยนฤดูที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นจากร้อนเป็นเย็น หรือจากเย็นเป็นร้อนชื้น เป็นช่วงที่อาการป่วยจากเชื้อไวรัสแพร่ระบาดได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก อาการป่วย ในเด็กมักมีอาการคล้ายกับการเจ็บป่วยทั่วไป และมีความคล้ายคลึงกันในระยะฟักตัวของโรค ซึ่งอาจสังเกตได้ดังนี้: อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และมีไข้ตามมา ไข้จากโรคนี้อาจมีอาการไม่รุนแรงหรือสูงมาก (ตั้งแต่ 38-39°C หรือบางรายสูงถึง 40°C) และอาจมีไข้ต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ นอกจากนี้ อาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับภาวะนี้ เช่น คอหอยแดงอักเสบ มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ ปวดศีรษะ ตาแดง ปวดข้อ และอาจมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ในระยะเริ่มต้น อาการเจ็บป่วยอาจไม่ชัดเจนและสับสนได้ง่าย จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด ในระยะที่โรคดำเนินไปอย่างเต็มที่ อาการเจ็บป่วยอาจมีสัญญาณอันตราย เช่น มีไข้สูงเป็นช่วง ๆ ชัก หรืออาจถึงขั้นหมดสติ ซึ่งเป็นอาการร้ายแรงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของเด็ก สิ่งสำคัญที่ต้องสังเกตคือ หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาทันที: มีไข้สูงต่อเนื่องนานกว่า 2 วัน ร่วมกับอาการมือเท้าสั่นผิดปกติ มีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย ปวดท้อง หรืออาเจียน อุจจาระมีสีดำ หรือมีเลือดปน สะดุ้งตกใจ หรือหวาดผวาบ่อยครั้ง โรคนี้ส่วนใหญ่แพร่กระจายผ่านระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร โดยผ่านการไอ จาม พูดคุย หรือการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยอาจแพร่กระจายเชื้อไวรัสผ่านละอองฝอยจากน้ำลายหรือน้ำมูก เมื่อมีการพูดคุย ไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก ซึ่งอาจทำให้เกิดการระบาดในชุมชนได้ สิ่งของในที่สาธารณะ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได หรือของเล่นเด็ก อาจเป็นแหล่งสะสมของ เชื้อไวรัส ก่อโรคในชุมชนได้ นอกจากนี้ ไวรัสบางชนิดยังสามารถแพร่กระจายผ่านทางเลือดได้ โดยการฉีดยา การถ่ายเลือด การมีเพศสัมพันธ์ หรือการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก เนื่องจากภาวะนี้เกิดจากไวรัส ทุกคนจึงมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรค อย่างไรก็ตาม อาการป่วยในเด็กพบได้บ่อยกว่า เพราะเป็นกลุ่มที่มี ระบบภูมิคุ้มกัน ยังไม่สมบูรณ์ และปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลได้ช้า ทำให้มีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยสูง เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงจาก อาการป่วย นี้ ในชีวิตประจำวัน ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน อาการป่วย ในเด็กดังนี้: จัดให้เด็กได้รับโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเสริมสร้าง ระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายให้แข็งแรง รักษาความสะอาดส่วนบุคคล ควรให้เด็กล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กนำของเล่นเข้าปาก ทำความสะอาดบ้านและสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคและปัจจัยที่เป็นอันตราย แยกเด็กออกจากผู้ป่วยเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกในครอบครัวที่มีอาการเป็นหวัด ไอ ท้องเสีย หรืออาเจียน การวินิจฉัยโรคนี้มักสับสนกับอาการเจ็บป่วยทั่วไป อย่างไรก็ตาม อาจสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อภาวะนี้ หากเด็กมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอาการดังต่อไปนี้: เป็นหวัด ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือคัดจมูก ปวดศีรษะ หนาวสั่น อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง มาตรการหลักในการรักษา อาการป่วย ที่เกิดจากไวรัส คือการรักษาตามอาการ เนื่องจากยังไม่มียาเฉพาะที่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การรักษาตามอาการ เช่น อาการไอ เป็นหวัด หรือมีไข้ จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง คำตอบ: ภาวะนี้เป็นชื่อเรียกทั่วไปของอาการเจ็บป่วยที่มีไข้เป็นอาการหลัก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น ไรโนไวรัส หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรีย และยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้ คำตอบ: หากมีไข้สูงต่อเนื่องนานกว่า 2 วัน ร่วมกับอาการมือเท้าสั่นผิดปกติ มีผื่นขึ้นทั่วตัว ปวดท้อง อาเจียน อุจจาระมีสีดำหรือมีเลือดปน หรือมีอาการชัก ควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที คำตอบ: การป้องกันทำได้โดยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับเด็กเล็ก (อายุ 6 เดือนถึง 2 ปี) การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ล้างมือบ่อย ๆ การมีโภชนาการที่ดี และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยภาพรวมของไข้ไวรัส

สาเหตุของไข้ไวรัส
อาการของไข้จากไวรัส
ไข้จากไวรัส แพร่กระจายได้อย่างไร?
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อไข้จากไวรัส
การป้องกันไข้จากไวรัส

การวินิจฉัยไข้จากไวรัส
การดูแลรักษาไข้จากไวรัส
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: ไข้จากไวรัสคืออะไร?
คำถาม: ไข้จากไวรัสมีอาการอย่างไรที่ควรระวังเป็นพิเศษ?
คำถาม: สามารถป้องกันไข้จากไวรัสได้อย่างไร?
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
