ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ มักเป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตเห็นในช่วงเริ่มต้น การค้นพบมักเกิดขึ้นโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี เมื่อก้อนมีขนาดเล็กมักไม่แสดงอาการใดๆ ที่ชัดเจน แต่เมื่อก้อนเนื้อโตขึ้น อาจเริ่มมีอาการที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น การกดทับบริเวณลำคอ ทำให้เกิดอาการกลืนลำบาก รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ หรือเสียงแหบ เสียงเปลี่ยนไป
สัญญาณของก้อนที่ต่อมไทรอยด์ชนิดไม่ร้ายแรง
เมื่อภาวะนี้มีขนาดเล็กมักไม่มีอาการบ่งชี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่ทราบว่ามีก้อนเนื้ออยู่ จนกระทั่งตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพเท่านั้น หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า การตรวจพบจะยากขึ้นหากภาวะนี้ไม่ก่อให้เกิดอาการของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism) หรือทำงานต่ำกว่าปกติ (hypothyroidism)

อาการที่พบบ่อยเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่และเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน:
- ผู้ป่วยอาจคลำพบก้อนเนื้อที่บริเวณลำคอด้านหน้า หรือมองเห็นได้ชัดเจนในกระจก
- มีอาการหายใจลำบาก หรือกลืนติดขัด เนื่องจากก้อนเนื้อกดทับหลอดลมหรือหลอดอาหาร รวมถึงอาจมีเสียงแหบร่วมด้วย
อาการของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) ที่สัมพันธ์กับก้อนเนื้อบางชนิด:
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- มือสั่น
- คลื่นไส้ อาเจียน
- หัวใจเต้นเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
- ประจำเดือนผิดปกติ
- ระบบขับถ่ายแปรปรวน
อาการที่บ่งชี้ว่าอาจเป็น ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ชนิดร้ายแรง
การวินิจฉัยว่าภาวะนี้เป็นชนิดร้ายแรงหรือไม่ ไม่สามารถอาศัยเพียงอาการเพียงอย่างเดียวได้ จำเป็นต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการและตรวจต่อมไทรอยด์เพิ่มเติม เมื่อโรคมีการพัฒนาถึงระยะหนึ่ง มักมีอาการเฉพาะเจาะจง เช่น เสียงแหบ กลืนลำบาก ต่อมน้ำเหลืองโต ก้อนเนื้อติดแน่นบริเวณลำคอ บางครั้งอาจมีเลือดออกและเกิดการติดเชื้อซ้อน
มะเร็งต่อมไทรอยด์ส่วนใหญ่มีการเจริญเติบโตช้าเมื่อตรวจพบครั้งแรก มะเร็งที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วเป็นกรณีที่พบได้ยาก ก้อนเนื้อเหล่านี้มักมีขนาดใหญ่ แข็ง ไม่ค่อยเคลื่อนที่ และเติบโตอย่างรวดเร็ว แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมและขนาดของก้อนเนื้อของผู้ป่วย
เมื่อใดที่ควรรีบปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับก้อนที่ต่อมไทรอยด์?
ควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้:
- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะรับประทานอาหารปกติ หรือมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
- หัวใจเต้นเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ปัญหาการนอนหลับ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง มือสั่น
แม้ว่าก้อนเนื้อส่วนใหญ่ที่ต่อมไทรอยด์จะไม่เป็นอันตรายและไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็ควรให้แพทย์ตรวจดูความผิดปกติใดๆ ที่บริเวณลำคอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณรู้สึกหายใจลำบากหรือกลืนติดขัด
ทางเลือกในการรักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์ชนิดไม่ร้ายแรง
สำหรับการวินิจฉัยก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง มีหลายวิธีการรักษา หนึ่งในนั้นคือการรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFA) ซึ่งถือเป็นวิธีที่ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพสูง ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาภาวะนี้ด้วย RFA พบว่าปริมาณก้อนเนื้อลดลง 30-50% หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน และลดลงประมาณ 70-95% หลังจากหนึ่งปี
ข้อดีของการทำ RFA คือสามารถทำลายก้อนเนื้อด้วยความร้อนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาภาวะนี้ วิธีนี้มีข้อได้เปรียบเหนือการผ่าตัดแบบดั้งเดิมหลายประการ เช่น ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบแทบไม่มีภาวะแทรกซ้อน ใช้เวลาในการรักษาและฟื้นตัวรวดเร็ว และมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำต่ำ (ประมาณ 5%)
การคัดกรองและตรวจวินิจฉัยโรคต่อมไทรอยด์
โรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์มักถูกมองข้ามและไม่ได้รับการวินิจฉัยถึง 20-60% ของผู้ป่วยทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ การคัดกรองและตรวจวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์จึงมีความสำคัญ การคัดกรองช่วยให้สามารถค้นหาและตรวจพบความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เช่น คอพอกธรรมดา ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ ภาวะไทรอยด์ต่ำ ต่อมไทรอยด์อักเสบ ก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์ และมะเร็งต่อมไทรอยด์ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
คำถามที่พบบ่อย
ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ มีอาการอย่างไรบ้าง?
ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการในช่วงแรก มักพบโดยบังเอิญเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจทำให้คลำพบก้อน มีอาการกลืนลำบาก หายใจลำบาก หรือเสียงแหบได้
ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ ทำให้เกิดภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ได้หรือไม่?
ในบางกรณี ก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรงอาจผลิตฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป ทำให้เกิดอาการของภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ เช่น น้ำหนักลด หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก และมือสั่น
การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFA) มีข้อดีอย่างไร?
RFA เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ทำลายก้อนเนื้อด้วยความร้อน มีข้อดีคือผู้ป่วยไม่ต้องใช้ยาสลบ ภาวะแทรกซ้อนน้อย ฟื้นตัวเร็ว และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำต่ำ (ประมาณ 5%)
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
