วิธีแก้คัดจมูกทันใจ 3 ขั้นตอน ทำได้เองที่บ้าน

แก้คัดจมูก เป็นอาการที่พบบ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย แม้ว่าอาการคัดจมูกมักไม่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจพัฒนาไปสู่ภาวะไซนัสอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งจะทำให้การรักษายากขึ้นในภายหลัง การเข้าใจสาเหตุและวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกวิธีและรวดเร็ว

สาเหตุของอาการคัดจมูก

แก้คัดจมูก หรือที่เรียกว่าอาการจมูกตัน เป็นภาวะที่หลอดเลือดภายในจมูกเกิดการอักเสบและเนื้อเยื่อบวมขึ้น พร้อมกับการมีน้ำมูกหรือเสมหะสะสมอยู่ ทำให้การไหลเวียนของอากาศถูกขัดขวาง และผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายเมื่อหายใจ

แก้คัดจมูก inline-1
ภาพ: Lisa from Pexels / Pexels

อาการคัดจมูกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปมักเกิดจากปัจจัยทางสภาพอากาศ หรือการสุขอนามัยของจมูกและลำคอที่ไม่ถูกต้อง เมื่อมีสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่จมูก อาจทำให้เกิดภาวะเยื่อบุจมูกบวม คัดแน่น และมีน้ำมูกคั่งจนทำให้ระบบทางเดินหายใจในจมูกอุดตัน

อาการนี้ยังอาจเกิดจากไข้หวัด การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือเป็นหนึ่งในอาการของโควิด-19 นอกจากนี้ อาการคัดจมูกมักมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น เจ็บคอ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล หูอื้อ และมีน้ำมูกไหลตลอดเวลา แม้ว่าภาวะนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจนำไปสู่ภาวะไซนัสอักเสบเฉียบพลันและรักษาได้ยากขึ้น

วิธีบรรเทาอาการคัดจมูกที่บ้าน

การอาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยควรทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำจัดสารก่อความระคายเคืองในหู คอ จมูก การอาบน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และไอน้ำที่สูดดมเข้าไปจะช่วยละลายเสมหะและช่วยให้จมูกโล่งขึ้น หลังจากอาบน้ำ ควรเช็ดตัวให้แห้งและเป่าผมให้แห้งเพื่อป้องกันการเป็นหวัด

ดื่มน้ำและเครื่องดื่มอุ่นๆ ให้เพียงพอ

การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้เสมหะอ่อนตัวและละลายได้ง่ายขึ้น ช่วยให้จมูกโล่ง ลดอาการคันคอ และบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ แม้ยังไม่มีงานวิจัยใดที่แสดงความแตกต่างระหว่างการดื่มน้ำอุ่นและน้ำเย็น แต่ความอุ่นจากเครื่องดื่มจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้นและช่วยให้จมูกโล่งเร็วขึ้น ผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน และควรดื่มน้ำมากขึ้นเมื่อป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหู คอ จมูก

หากอาการคัดจมูกเกิดจากไข้หวัด ผู้ป่วยอาจดื่มชามะนาวขิงอุ่นๆ ได้ วิตามินซีในเครื่องดื่มสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของอาการป่วยได้ ส่วนขิงช่วยให้จมูกโล่ง หากมีอาการเจ็บคอหรือมีเสมหะในลำคอ สามารถเพิ่มน้ำผึ้งลงไปเพื่อช่วยลดอาการไอ

เพิ่มความชื้นในอากาศภายในบ้าน

อากาศที่มีความชื้นเหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น ดังนั้น การมีเครื่องเพิ่มความชื้นหรือเครื่องพ่นไอน้ำในบ้านหรือที่ทำงานจะช่วยลดอาการคัดจมูก การหายใจในอากาศที่ชุ่มชื้นและสดชื่นเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุดในการลดอาการคัดจมูก ช่วยบรรเทาเนื้อเยื่อจมูกที่ระคายเคือง ลดการอักเสบของไซนัส และช่วยให้เสมหะเหลวลง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรเปลี่ยนน้ำและทำความสะอาดเครื่องอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา

ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

การใช้น้ำยาล้างจมูกช่วยทำความสะอาด ขับเสมหะออกจากจมูก และลดอาการคัดจมูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่เพื่อป้องกันฝุ่นละอองหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่จมูก ผู้ป่วยสามารถหาซื้อน้ำยาล้างจมูกได้ตามร้านขายยา และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก หรือปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์ น้ำยาล้างจมูกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือน้ำยาล้างจมูกที่มีส่วนผสมของน้ำเกลือ ซึ่งมีฤทธิ์ในการทำความสะอาดและลดอาการคัดจมูก บรรเทาอาการระคายเคือง

นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถใช้อุปกรณ์ล้างจมูกโดยเฉพาะกับน้ำกลั่น น้ำปราศจากเชื้อ หรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เพื่อช่วยลดอาการคัดจมูกได้อย่างรวดเร็ว วิธีการล้างจมูกด้วยอุปกรณ์นี้มีดังนี้:

  • ยืนเอียงศีรษะไปข้างหน้าอ่างล้างหน้า
  • วางปลายอุปกรณ์ล้างจมูกที่รูจมูกข้างหนึ่ง
  • เอียงอุปกรณ์จนน้ำไหลเข้าสู่รูจมูก
  • เมื่อน้ำไหลเข้าสู่รูจมูกข้างหนึ่ง น้ำจะไหลออกทางรูจมูกอีกข้างหนึ่ง พร้อมกับขับเสมหะออกมา
  • ผู้ป่วยควรล้างจมูกประมาณ 1 นาที แล้วสลับข้าง

ประคบอุ่นบริเวณจมูก

อาการคัดจมูกทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในท่านอน ผู้ป่วยหลายคนจึงสงสัยเกี่ยวกับวิธีลดอาการคัดจมูกขณะนอนหลับ หากอาการคัดจมูกนำไปสู่อาการปวดศีรษะ หายใจไม่ออก ผู้ป่วยสามารถเตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนประคบบริเวณจมูกก่อนนอนได้ ความร้อนจะช่วยให้โพรงจมูกโล่ง ละลายเสมหะ และทำให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

การสูดไอน้ำ

เพื่อรักษาอาการคัดจมูกด้วยการสูดไอน้ำ ผู้ป่วยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • เตรียมอุปกรณ์สูดไอน้ำโดยเฉพาะ หรืออ่างน้ำร้อน จากนั้นหยดน้ำมันหอมระเหย เช่น ตะไคร้หอม หรือลาเวนเดอร์ เพื่อให้มีกลิ่นหอมผ่อนคลาย
  • ใช้ผ้าขนหนูขนาดใหญ่คลุมศีรษะ เพื่อให้ไอน้ำร้อนจากอ่างขึ้นมา และสูดไอน้ำประมาณ 10 นาที
  • ผู้ป่วยควรทำซ้ำ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อรักษาอาการคัดจมูก

ข้อควรระวังในการใช้วิธีสูดไอน้ำเพื่อรักษาอาการคัดจมูกคือ ต้องรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างใบหน้ากับอ่างน้ำร้อน เพื่อป้องกันการเกิดแผลไหม้

นวดเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก

นี่เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคัดจมูก ผู้ป่วยควรนวดเบาๆ ที่จุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วเป็นเวลา 1 นาที เพื่อช่วยป้องกันเยื่อบุจมูกแห้ง และปรับแรงดันในโพรงไซนัสส่วนหน้า ลดอาการคัดจมูก นอกจากนี้ การนวดจุดกึ่งกลางระหว่างริมฝีปากบนและจมูกประมาณ 2 – 3 นาที ยังช่วยลดอาการบวมของหลอดเลือดฝอยในจมูก ทำให้ทางเดินหายใจโล่งสบายขึ้น

การใช้ยารักษาอาการคัดจมูก

หากอาการคัดจมูกเกิดจากภูมิแพ้ ผู้ป่วยอาจใช้ยาแก้คัดจมูก หรือยาแก้แพ้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใดๆ เพื่อรักษาอาการคัดจมูก

หากสาเหตุของอาการคัดจมูกเกิดจากการระคายเคือง การใช้ยารักษาอาการคัดจมูก (ยาแก้คัดจมูก) สามารถช่วยลดอาการบวมและลดความรู้สึกไม่สบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยาที่ช่วยรักษาอาการคัดจมูกมี 2 รูปแบบ ได้แก่:

  • ยาพ่นจมูก เช่น oxymetazoline (Afrin) และ phenylephrine (Sinex)
  • ยาเม็ด เช่น pseudoephedrine (Sudafed, Sudogest)

ผู้ป่วยสามารถสอบถามซื้อยาแก้คัดจมูกชนิดที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ได้ตามร้านขายยา อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาเภสัชกรและอ่านคำแนะนำการใช้อย่างละเอียดก่อนใช้ยา

คำถามที่พบบ่อย

คัดจมูกนานแค่ไหนถึงควรรีบไปพบแพทย์?

หากอาการคัดจมูกไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง หรือเจ็บคอมาก ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

การล้างจมูกปลอดภัยสำหรับทุกคนหรือไม่?

โดยทั่วไปการล้างจมูกมีความปลอดภัย แต่สิ่งสำคัญคือต้องใช้น้ำปราศจากเชื้อหรือน้ำที่ผ่านการต้มสุกและเย็นแล้ว และทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

ยาแก้คัดจมูกสามารถใช้ได้นานแค่ไหน?

ยาแก้คัดจมูกส่วนใหญ่มีไว้สำหรับการใช้งานในระยะสั้น การใช้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกกลับมาเป็นซ้ำได้ (rebound congestion) ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำในการใช้ยา

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

หมายเหตุด้านสุขภาพบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
กระบวนการบรรณาธิการเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย
อ่านอย่างปลอดภัยบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
WHO / CDC / NHS / Mayo Clinicเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง