อาการปวดเส้นประสาทท้ายทอย: สาเหตุ อาการ รักษา ที่คุณควรรู้!

ภาพรวมของภาวะปวดเส้นประสาทท้ายทอย

ภาวะนี้ คือภาวะที่เส้นประสาทท้ายทอย ซึ่งเป็นเส้นประสาทคู่ที่สองและสามที่ออกมาจากกระดูกสันหลังส่วนคอ (C2, C3) เกิดการอักเสบหรือได้รับบาดเจ็บ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดที่ด้านหลังศีรษะหรือบริเวณฐานกะโหลกศีรษะ

ปวดเส้นประสาทท้ายทอย อาการปวดศีรษะ

อาการนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรนหรืออาการปวดศีรษะประเภทอื่น ๆ เนื่องจากมีอาการคล้ายกันได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาสำหรับภาวะเหล่านี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วยต้องได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน คลินิกรักษาอาการปวด

สาเหตุของปวดเส้นประสาทท้ายทอย

อาการภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการกดทับหรือระคายเคืองต่อเส้นประสาทท้ายทอย ซึ่งอาจเกิดจากการบาดเจ็บ เนื้องอก หรือการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี แพทย์ไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนที่นำไปสู่ภาวะนี้ได้

ภาวะทางการแพทย์บางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองของเส้นประสาทท้ายทอย ได้แก่:

  • การบาดเจ็บที่ท้ายทอย
  • โรคข้อเข่าเสื่อม
  • เนื้องอกที่คอ
  • หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม
  • การติดเชื้อ
  • โรคเกาต์
  • โรคเบาหวาน
  • หลอดเลือดอักเสบ
  • เส้นประสาทท้ายทอยใหญ่และ/หรือเส้นประสาทท้ายทอยเล็ก หรือรากประสาทคอ C2 และ/หรือ C3 ถูกกดทับจากการเปลี่ยนแปลงความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอ

อาการของภาวะปวดเส้นประสาทท้ายทอย

ภาวะนี้อาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนถูกกระตุกหรือช็อตไฟฟ้าที่ด้านหลังศีรษะและลำคอ อาการอื่น ๆ ที่อาจพบ ได้แก่:

  • อาการปวดเมื่อย ปวดแสบ และปวดแปลบ ที่มักเริ่มต้นจากฐานกะโหลกศีรษะและอาจลามไปด้านหลังหรือตามด้านข้างของศีรษะ
  • ปวดศีรษะเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
  • ปวดหลังดวงตา
  • ไวต่อแสง
  • หนังศีรษะอาจไวต่อความเจ็บปวด แม้แต่การหวีผมก็อาจเพิ่มความเจ็บปวดได้
  • ปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหวคอ

ภาวะปวดเส้นประสาทท้ายทอยแพร่กระจายหรือไม่

ภาวะภาวะนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ จึงไม่มีความสามารถในการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยไปยังผู้ที่สุขภาพดี

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อปวดเส้นประสาทท้ายทอย

กรณีส่วนใหญ่ของอาการภาวะนี้มักไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ในบางกรณี อาจเกิดจากการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อคอเกร็งเรื้อรัง หรือการอักเสบของกระดูกสันหลังส่วนคอ

ปวดเส้นประสาทท้ายทอย เส้นประสาทอักเสบ

การป้องกันภาวะปวดเส้นประสาทท้ายทอย

ในหลายกรณี การป้องกันภาวะนี้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การตระหนักถึงปัจจัยที่กระตุ้นหรือมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็ง และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บที่คอ ถือเป็นมาตรการที่ดีในการป้องกัน อาการปวดศีรษะ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การวินิจฉัยภาวะปวดเส้นประสาทท้ายทอย

การแยกความแตกต่างระหว่างภาวะภาวะนี้กับอาการปวดศีรษะประเภทอื่น ๆ เป็นเรื่องที่ยาก การวินิจฉัยจึงอาจไม่ง่ายนัก เพื่อประเมินโรคอย่างละเอียด แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และทำการทดสอบ แพทย์จะสอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์และการบาดเจ็บที่เคยได้รับ แพทย์จะกดแรง ๆ ที่ด้านหลังศีรษะของผู้ป่วยเพื่อดูปฏิกิริยา หากมีภาวะ เส้นประสาทอักเสบ

ผู้ป่วยอาจได้รับการฉีดยาชาเพื่อระงับเส้นประสาท ซึ่งเรียกว่าการบล็อกเส้นประสาท เพื่อดูว่าสามารถช่วยลดความเจ็บปวดได้หรือไม่ หากได้ผล ผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะนี้ นอกจากนี้ แพทย์อาจสั่งการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ ได้แก่:

  • การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): อาจแสดงหลักฐานการกดทับไขสันหลังที่เกิดจากกระดูก หมอนรองกระดูก หรือภาวะเลือดคั่ง
  • การทำ CT scan (CT หรือ CAT scan): สามารถแสดงรูปร่างและขนาดของช่องไขสันหลัง องค์ประกอบ และโครงสร้างโดยรอบของช่องไขสันหลัง

แนวทางการรักษาภาวะปวดเส้นประสาทท้ายทอย

เพื่อบรรเทาอาการของภาวะนี้ สิ่งแรกที่ผู้ป่วยควรลองคือมาตรการบางอย่างเพื่อลดความเจ็บปวด เช่น:

  • ประคบถุงร้อนที่คอ
  • พักผ่อนในที่เงียบสงบ
  • นวดกล้ามเนื้อคอ
  • ใช้ยาแก้อักเสบที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น นาพรอกเซน หรือ ไอบูโพรเฟน

หากมาตรการเหล่านี้ไม่ได้ผล แพทย์อาจสั่งยาเพิ่มเติม ได้แก่:

  • ยาคลายกล้ามเนื้อตามใบสั่งแพทย์
  • ยากันชัก เช่น คาร์บามาซีปีน (Tegretol) และ กาบาเพนติน
  • ยาแก้ซึมเศร้า
  • การบล็อกเส้นประสาทและการฉีดสเตียรอยด์ อาจต้องฉีด 2-3 เข็ม ในช่วงหลายสัปดาห์เพื่อควบคุมอาการปวดของผู้ป่วย

การผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยภาวะนี้ไม่ค่อยมีการพิจารณา แต่ก็เป็นทางเลือกหนึ่งหากอาการปวดไม่ลดลงด้วยวิธีการรักษาอื่น ๆ หรืออาการปวดกลับมาอีก วิธีการผ่าตัดอาจรวมถึง:

  • การผ่าตัดลดการกดทับเส้นเลือดฝอย (Microvascular Decompression – MVD) เป็นเทคนิคที่เปิดเผยเส้นประสาทที่ได้รับผลกระทบ ระบุหลอดเลือดที่อาจกดทับเส้นประสาท และแยกออกจากจุดที่กดทับ ส่งผลให้เส้นประสาทฟื้นตัวและไม่ปวดอีกต่อไป
  • การกระตุ้นเส้นประสาทท้ายทอย ใช้เครื่องกระตุ้นเส้นประสาทส่งกระแสไฟฟ้าไปยังเส้นประสาทท้ายทอย ในกรณีนี้ กระแสไฟฟ้าอาจช่วยบล็อกสัญญาณความเจ็บปวดที่ส่งไปยังสมองได้

คำถามที่พบบ่อย

อาการปวดเส้นประสาทท้ายทอยเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไม่?

ภาวะภาวะนี้ไม่เป็นภาวะที่คุกคามถึงชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถบรรเทาอาการปวดได้ดีด้วยการพักผ่อนและการใช้ยา อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี อาการปวดที่ต่อเนื่องอาจบ่งชี้ว่าเกิดจากภาวะทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ต้องการการวินิจฉัยและการรักษาที่แตกต่างกัน ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการปวดศีรษะอย่างกะทันหันและรุนแรง กรามขยับไม่ได้ มีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน สับสน โคม่า หรือมีอาการชัก ซึ่งเป็นอาการของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงอื่น ๆ

สามารถสับสนกับอาการปวดศีรษะประเภทอื่นได้หรือไม่?

ใช่ ภาวะนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรนหรืออาการปวดศีรษะอื่น ๆ เนื่องจากมีอาการที่คล้ายคลึงกันมาก ทำให้การวินิจฉัยแยกโรคเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง

การรักษาเบื้องต้นที่สามารถทำได้เองมีอะไรบ้าง?

การรักษาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการ ได้แก่ การประคบร้อนที่คอ การพักผ่อนในที่เงียบสงบ การนวดกล้ามเนื้อคอ และการใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น ไอบูโพรเฟน หรือ นาพรอกเซน

อ่านต่อเกี่ยวกับหัวข้อนี้

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

หมายเหตุด้านสุขภาพบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
กระบวนการบรรณาธิการเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย
อ่านอย่างปลอดภัยบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
WHO / CDC / NHS / Mayo Clinicเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง