ภาพรวมของ โรคสังข์
โรคสังข์ เป็นการติดเชื้อรา Pityrosporum ovale ที่ผิวหนังชั้นนอก ซึ่งพบได้บ่อย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น การติดเชื้อนี้สามารถแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งได้ง่าย ผ่านการสัมผัสโดยตรง หรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น เสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัว แม้ว่าภาวะนี้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อความสวยงาม เนื่องจากทำให้เกิดรอยด่างสีอ่อน (ผิวหนังขาดเม็ดสี) บนผิวหนังได้ เชื้อราผิวหนัง ชนิดนี้สามารถรักษาให้หายได้ไม่ยากด้วยยาต้านเชื้อราแบบทาภายนอก แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หากมีการสัมผัสกับสิ่งของหรือเสื้อผ้าที่มีเชื้อโรคอยู่

สาเหตุของ โรคสังข์
เชื้อรา Pityrosporum ovale เจริญเติบโตบนพื้นผิวของผิวหนัง เชื้อรานี้จะส่งผลกระทบต่อชั้นหนังกำพร้า ทำให้เม็ดสีใต้ผิวหนังเปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิดบริเวณที่สีผิวจางลงหรือขาดเม็ดสี (ขาวกว่าบริเวณผิวหนังโดยรอบอย่างชัดเจน)
ปัจจัยเสี่ยงบางประการของ โรคสังข์ ได้แก่:
- สภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ในประเทศไทย
- มีเหงื่อออกมาก
- ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันมากเกินไป
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง (เช่น ผู้ป่วย HIV เด็กที่เพิ่งหายจากไข้หวัดใหญ่หรือหัด)
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น การตั้งครรภ์ หรือการใช้ฮอร์โมนทดแทน
- สุขอนามัยส่วนบุคคลไม่ดี
อาการของ สังข์
อาการของ โรคสังข์ ประกอบด้วย:
- การปรากฏของผื่นบนผิวหนังทีละน้อย ซึ่งจะเพิ่มจำนวนและขนาดขึ้นเรื่อยๆ
- ผิวหนังมีสีที่แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ (อาจจะสว่างกว่าหรือเข้มกว่า) โดยอาจเป็นสีขาว ชมพู หรือน้ำตาล
- ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ คอ อก หลัง และแขนทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตาม สามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกาย
- ผิวหนังอาจมีอาการคัน ซึ่งจะแย่ลงเมื่อโดนแดดหรือมีเหงื่อออก
- การติดเชื้อราทำให้ผิวหนังไม่สามารถสัมผัสกับแสงแดดได้ตามปกติ
การแยกความแตกต่างระหว่าง สังข์ กับ กลาก
ทั้งโรคสังข์และกลากเป็นภาวะทางผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรา แม้ว่าทั้งสองโรคจะมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกัน แต่มีวิธีการรักษาที่ค่อนข้างคล้ายกัน (ดูในส่วนการรักษา)
|
ลักษณะ |
โรคสังข์ |
กลาก |
|
สาเหตุ |
เชื้อรา Pityrosporum ovale |
เชื้อรา Epidermophyton, Microsporum |
|
อาการ |
|
|
สังข์ ติดต่อได้อย่างไร?
สังข์สามารถแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสผิวหนังโดยตรง หรือทางอ้อมผ่านของใช้ส่วนตัว ดังนี้:
- การใช้เสื้อผ้าร่วมกัน
- การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน (เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว มีดโกนหนวด)
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็น สังข์?
- สังข์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย แต่ส่วนใหญ่พบในเด็ก วัยรุ่น และคนหนุ่มสาว
- ผู้ที่มีผิวมัน
- ผู้ที่มีเหงื่อออกมาก
- ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เช่น HIV, AIDS, ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการบำบัดด้วยเคมีบำบัด, เด็กที่เพิ่งหายจากไข้หวัดใหญ่หรือหัด)
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (วัยรุ่น, การตั้งครรภ์, การใช้ยาคุมกำเนิด)
การป้องกัน สังข์
สังข์เป็น เชื้อราผิวหนัง ที่สามารถป้องกันได้ด้วยมาตรการบางอย่างดังต่อไปนี้:

- หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงมาก หรือสภาพอากาศร้อนชื้น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน
- หลีกเลี่ยงการมีเหงื่อออกมากเกินไป เมื่อทำงานหรือออกกำลังกายหนัก ควรเช็ดเหงื่อให้แห้ง
- รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้สะอาด ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะกับผู้ป่วยสังข์หรือกลาก ควรซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนเป็นประจำ
- เมื่ออาบน้ำเด็กเล็ก ควรเช็ดตัวให้แห้งสนิทก่อนสวมเสื้อผ้า
การวินิจฉัย สังข์
การวินิจฉัยจะพิจารณาจากอาการและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ:
อาการ:
- ผื่นผิวหนังมีสีอ่อนลงหรือเข้มขึ้น สีชมพู ขนาด 4 ถึง 5 มิลลิเมตร ซึ่งส่วนใหญ่พบบริเวณคอ อก หลัง และแขน
- รอยโรคอาจดูเหมือนไม่มีขุย แต่เมื่อขูดจะพบขุยละเอียด
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ:
- พบเชื้อราจากขุยผิวหนังเมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยตรง
- พบเส้นใยเชื้อราและสปอร์ที่มีผนังหนาจำนวนมากเมื่อตรวจสอบด้วยสารละลาย KOH 10%
- การเพาะเชื้อไม่ค่อยมีประโยชน์ในการวินิจฉัย เนื่องจากเชื้อรา Pityrosporum ovale ต้องการสภาพแวดล้อมพิเศษ และมักพบอยู่บนผิวหนังของคนปกติด้วย
- การส่องด้วยไฟ Wood’s lamp จะเห็นบริเวณที่สีผิวจางลงเนื่องจากการติดเชื้อรา และเกิดแสงเรืองรองสีเขียวอ่อน
แนวทางการรักษา สังข์
การรักษา สังข์
- การใช้ยาและครีม ยาต้านเชื้อรา ตามคำแนะนำของแพทย์ ควรทายารอบๆ รอยโรคทุกวันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ ผื่นและขุยจะหายไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสีผิวในบริเวณที่เป็นรอยโรคอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ
- หากโรคลุกลามไปในหลายบริเวณของผิวหนัง หรือมีพื้นที่ของรอยโรคกว้าง อาจพิจารณาใช้ ยาต้านเชื้อรา ชนิดรับประทาน ตัวอย่างเช่น Ketoconazole 200 มิลลิกรัม/วัน รับประทาน 7 วัน (ควรระมัดระวังการทำงานของตับเมื่อใช้ยา)
สังข์ในเด็กเล็ก
ผิวหนังของเด็กเล็กบอบบางและระคายเคืองง่าย จึงไม่สามารถใช้ยา สังข์ เหมือนผู้ใหญ่ได้ จำเป็นต้องได้รับการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: สังข์เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไม่?
คำตอบ: สังข์ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ส่งผลกระทบต่อความสวยงามและอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวจากอาการคัน โดยเฉพาะเมื่อมีเหงื่อออกหรือโดนแดด
คำถาม: สังข์ติดต่อกันได้อย่างไร?
คำตอบ: สังข์ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ติดเชื้อ หรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรืออุปกรณ์แต่งกายอื่นๆ ที่มีเชื้อราปนเปื้อนอยู่
คำถาม: เด็กเล็กสามารถเป็น สังข์ ได้หรือไม่ และมีข้อควรระวังอย่างไร?
คำตอบ: เด็กเล็กสามารถเป็นสังข์ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ผิวหนังของเด็กเล็กมีความบอบบาง การรักษาจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อเลือกยาและวิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ
