ปวดท้องด้านขวา: 6 สาเหตุที่คุณควรรู้และวิธีรับมือ

อาการภาวะนี้เป็นภาวะที่พบบ่อยและสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวให้กับผู้ป่วยอย่างมาก การปวดท้องในบริเวณนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ปัญหาที่ไม่รุนแรงไปจนถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ดังนั้น หากคุณมีอาการภาวะนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและแม่นยำ การทราบสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที

ตำแหน่งของอาการปวดท้องด้านขวา

บริเวณช่องท้องสามารถแบ่งออกได้เป็น 9 ส่วนหลักๆ สำหรับการวินิจฉัยทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ในการตรวจร่างกายแพทย์มักจะแบ่งช่องท้องออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ช่องท้องส่วนบนซ้ายและขวา รวมถึงช่องท้องส่วนล่างซ้ายและขวา

ปวดท้องด้านขวา inline-1
ภาพ: Jorge Chan / Pexels

ช่องท้องด้านขวามีอวัยวะสำคัญหลายอย่าง เช่น ตับ ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ และไส้ติ่ง ดังนั้นเมื่อมีอาการภาวะนี้ การระบุตำแหน่งที่แน่นอนจะช่วยจำกัดสาเหตุของอาการปวดได้ อาการปวดในบริเวณนี้มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่ใต้ซี่โครงลงไปจนถึงบริเวณหัวหน่าว

อาการปวดในบริเวณนี้อาจเป็นได้ทั้งปวดตื้อๆ ไม่รุนแรง หรือปวดบีบอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน อาการปวดมักจะแย่ลงเมื่อมีการกดทับหรือเคลื่อนไหว และดีขึ้นเมื่อพักผ่อน อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และอ่อนเพลีย

สาเหตุของอาการปวดท้องด้านขวาเกิดจากอะไร

อาการภาวะนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแตกต่างกันไปตามตำแหน่งเฉพาะของช่องท้องดังนี้:

ปวดท้องด้านขวาบน

อาการภาวะนี้บนมักเกี่ยวข้องกับโรคของตับ เช่น ตับอักเสบ หรือมะเร็งตับ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเล็กน้อย ปวดตื้อๆ ร่วมกับอาการดีซ่าน ตาเหลือง ตัวเหลือง น้ำหนักลดผิดปกติ เหนื่อยล้า และเบื่ออาหาร

นอกจากนี้ การอักเสบของถุงน้ำดี ท่อน้ำดี หรือภาวะพยาธิเข้าท่อน้ำดี ก็เป็นสาเหตุของอาการภาวะนี้บนได้เช่นกัน ซึ่งต่างจากสาเหตุอื่นๆ ตรงที่อาการปวดมักจะรุนแรงและเกิดเป็นพักๆ

การติดเชื้อในกรวยไตด้านขวาก็อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องด้านขวาได้ โดยอาการปวดจะลามจากหลังมายังช่องท้องด้านขวา อวัยวะอื่นๆ เช่น ปอดขวาและลำไส้ใหญ่ ก็อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดในบริเวณนี้ได้เช่นกัน

ปวดท้องด้านขวาใต้สะดือ

สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการภาวะนี้ใต้สะดือ ได้แก่:

  • ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน: เป็นสาเหตุที่พบบ่อย อาการปวดมักเริ่มต้นจากบริเวณสะดือแล้วลามไปที่ท้องน้อยด้านขวา และจะปวดไม่ว่าจะนั่งหรือนอน ภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยทันที
  • อาการปวดประจำเดือน: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในผู้หญิง ซึ่งมักมาพร้อมกับการมีเลือดประจำเดือน ทำให้สามารถสังเกตและวินิจฉัยได้ง่าย
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ: ผู้ป่วยมักมีอาการปวดอย่างรุนแรงบริเวณใกล้หัวหน่าว ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีเลือดปน หรือเป็นหนอง
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก: ในหญิงตั้งครรภ์ อาการปวดท้องน้อยด้านขวาที่มาพร้อมกับการตกเลือดในลำไส้เล็กและรังไข่ อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน
  • นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการภาวะนี้ใต้สะดือได้ เช่น ถุงน้ำในรังไข่ วัณโรคในลำไส้ และโรคอื่นๆ

ควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการปวดท้องด้านขวา

เนื่องจากภาวะนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ผู้ป่วยจึงควรไปพบแพทย์ทันทีที่เริ่มมีอาการ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการถ่ายภาพทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์สามารถระบุสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

หากสาเหตุเกิดจากการอักเสบของอวัยวะ แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาที่กำหนดไว้ สำหรับภาวะฉุกเฉินอย่างไส้ติ่งอักเสบ การตั้งครรภ์นอกมดลูก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือถุงน้ำในรังไข่ อาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัด

ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับการตรวจจากแพทย์ ผู้ป่วยควรพักผ่อน งดการเคลื่อนไหวหนัก ประคบอุ่น หรือนวดเบาๆ บริเวณท้องเพื่อบรรเทาอาการปวด และที่สำคัญคือไม่ควรซื้อยามาใช้เอง หากมีอาการรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อรับการดูแลทางการแพทย์อย่างทันท่วงที

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์

คุณควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยทันที หากมีอาการภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รุนแรง หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยดังต่อไปนี้:

  • ปวดหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • เวียนศีรษะ
  • หน้ามืด หรือเป็นลม
  • กลืนลำบาก หรือเจ็บขณะกลืน
  • มีไข้
  • เหงื่อออกมาก ผิวซีด
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • อุจจาระมีเลือดปน
  • ท้องเสียหลายครั้ง
  • คลื่นไส้หรืออาเจียนต่อเนื่อง
  • ตาเหลือง หรือตัวเหลือง
  • ปวดท้องรุนแรงเมื่อกดบริเวณหน้าท้อง
  • ท้องบวมผิดปกติ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
  • ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะขุ่น หรือปัสสาวะมีเลือดปน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

การป้องกันอาการปวดท้องด้านขวา

ในหลายกรณี อาการภาวะนี้ สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการสร้างพฤติกรรมการกินเพื่อสุขภาพที่ดี วิธีการที่เป็นประโยชน์บางประการ ได้แก่:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  • ขับถ่ายเป็นประจำ
  • รับประทานอาหารที่สมดุล มีกากใยสูงจากผลไม้ ผัก และธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อสุขภาพระบบทางเดินอาหารที่ดี
  • แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ ตลอดทั้งวัน
  • รับประทานอาหารช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยป้องกันท้องผูก ลดความเครียด และเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง
  • ระมัดระวังในการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่บริเวณช่องท้อง

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: สาเหตุหลักของอาการปวดท้องด้านขวาคืออะไร?

อาการภาวะนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน นิ่วในถุงน้ำดี ตับอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือแม้กระทั่งการตั้งครรภ์นอกมดลูกในผู้หญิง

คำถาม: ควรรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดท้องด้านขวาแบบใด?

ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากอาการภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรง หรือมีอาการร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระดำ ปัสสาวะแสบขัด หน้ามืด หรือปวดรุนแรงเมื่อกดท้อง

คำถาม: มีวิธีป้องกันอาการปวดท้องได้หรือไม่?

สามารถป้องกันอาการปวดท้องหลายชนิดได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ช่องท้อง

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

ควรไปพบแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น มีไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงผิดปกติ ขาดน้ำ มีเลือดออก หรือมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลอ้างอิงหลักจากหน่วยงานและแหล่งความรู้ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

หมายเหตุด้านสุขภาพบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
กระบวนการบรรณาธิการเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย
อ่านอย่างปลอดภัยบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
WHO / CDC / NHS / Mayo Clinicเนื้อหาบน Sabaidee Thai จัดทำและตรวจทานตามกระบวนการบรรณาธิการ โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เปิดเผยและน่าเชื่อถือ พร้อมปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้อ่านชาวไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง